Latest posts

  • ทักษะสำคัญในการทำงานวิจัย

    1. ทักษะสำคัญในการทำงานงานวิจัย ทักษะพื้นฐานเพื่อช่วยให้การทำงานงานวิจัยของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญ ทักษะเหล่านี้ยังสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานอื่นๆ ของคุณได้เป็นอย่างดีซึ่งผู้ทำงานวิจัยที่ดีควรมีคุณลักษณะที่สำคัญ 3 ด้าน  ได้แก่ ด้านความรู้ผู้ทำงานวิจัยที่ดีควรมีความรู้ด้านต่างๆ มีความคิดริเริ่มที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ เนื่องจากงานงานวิจัยเป็นการหาความรู้ใหม่ๆ ผู้ทำงานวิจัยควรมีความคิดริเริ่มเพื่อให้ได้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น มีความรู้ในเนื้อหาของเรื่องที่จะงานวิจัย ความรู้เรื่องเนื้อหาที่จะงานวิจัยถือว่ามีความสำคัญ ถ้าผู้ทำงานวิจัยไม่มีความรู้หรือความรู้ไม่เพียงพอก็ยากที่จะเป็นผู้ทำงานวิจัยที่ดีได้ และมีความรู้ในการเลือกพัฒนา สร้างเครื่องมือในการงานวิจัย  การงานวิจัยต้องใช้ข้อมูลเพื่อพิจารณาทดสอบหรือพิสูจน์โดยอาศัยเครื่องมือที่มีคุณภาพ ผู้ทำงานวิจัยต้องมีความรู้ในการเลือกพัฒนาหรือสร้างเครื่องมือให้เหมาะสมกับเรื่องที่งานวิจัย ทักษะพื้นฐานเพื่อช่วยให้การทำงานงานวิจัยด้านการปฏิบัติ  ผู้ทำงานวิจัยที่ดีควรมีทักษะด้านการปฏิบัติต้องมีทักษะการวางแผนและทำงานอย่างเป็นระบบ การงานวิจัยมีขั้นตอน กระบวนการดังกล่าวแล้ว ผู้งานวิจัยต้องมีทักษะในการวางแผน มีทักษะในการสังเกต ผู้ทำงานวิจัยต้องเป็นคนช่างสังเกตอยู่เสมอ และมีทักษะในการสื่อสาร  การงานวิจัยจะมีการติดต่อสื่อสารทั้งทางวาจาและลายลักษณ์อักษร ต้องเขียนรายงานการงานวิจัย ซึ่งต้องอาศัยทักษะในการสื่อสารสูง 2. ทักษะพื้นฐานเพื่อช่วยพิจารข้อมูล ทักษะพื้นฐานเพื่อช่วยให้การทำงานงานวิจัยรับฟังเพื่อกลั่นกรองข้อมูล ซึ่งนอกจากการอ่านแล้ว การฟังเป็นทักษะที่ควรพัฒนา เพราะการฟังจะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าจากการสนทนาและการฟัง ทักษะการฟังที่ดี คือ ไม่ด่วนตัดสินตีความไปก่อนจนหว่าจะฟังจบ ไม่เอาความคิดเห็นตนเป็นที่ตั้งว่าสิ่งนั้นถูกหรือผิด คุณควรจะรับฟังเพื่อข้อมูลก่อนและค่อยๆ คิดวิเคราะห์ตาม จะทำให้คุณสามารถรับรู้ถึงอารมณ์ได้ดี “เพราะในการทำงานงานวิจัยคุณไม่ได้แค่ค้นคว้าแค่ในตำราหรือเอกสารอย่างเดียว แต่คุณจะต้องออกไปทำการเก็บข้อมูลโดยการแจกแบบสอบถาม ทำการสัมภาษณ์กับกลุ่มประชากร หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ  ในการนำมาทำการทดสอบ วิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัย” ซึ่งจะการฟังจะเป็นผลดีต่อการเขียน ทำให้เข้าใจถึงความต้องการ ความรู้สึกที่กลุ่มตัวอย่าง หรือผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ต้องการสื่อสาร เพื่อนำวิเคราะห์ ร้อยเรียงเพิ่มเติมในงาน

    Read more

  • Thesis Databases

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คลังวิทยานิพนธ์ที่รวมเอางานวิชาการฉบับเต็มของทั้งบุคลากรและนิสิตจุฬาฯ เปิดคลังความรู้ให้เป็นสาธารณชนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีงานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความวิชาการ บทความวิจัย โดยเปิดให้ทุกคนสามารถใช้บริการและดาวน์โหลดวิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัย บทความทางวิชาการฉบับเต็ม (Fulltext) และอื่นๆ ในคลังปัญญาจุฬาฯ ได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิก อีกต่อไป มหาวิทยาลัยมหิดล คลังสารสนเทศสถาบันของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่รวบรวมและจัดเก็บงานวิจัย ผลงานวิชาการและสิ่งพิมพ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลทุกคณะ/สถาบันในรูปสื่อดิจิทัล แสดงผลข้อมูลในรูปแบบฉบับเต็ม เพื่อให้บริการแก่ผู้สนใจทั่วไปได้ศึกษา ค้นคว้า วิจัยในทุกสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มี Digital Collections เป็นคลังเอกสารออนไลน์ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นงานวิจัยที่เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ เช่น Theses วิทยานิพนธ์ Research งานวิจัย Thai Thesis & Research Databases   The Chulalongkorn University Intellectual Repository (CUIR)  คลังปัญญาจุฬาฯ (CUIR) คือโครงการที่รวมเอางานวิชาการฉบับเต็มของทั้งบุคลากรและนิสิตในรูปแบบดิจิทัลเอาไว้ ทางจุฬาฯ บอกว่าเพื่อเป็นการฉลอง 40 ปีของสำนักงานวิทยทรัพยากร เลยจัดการเปิดคลังความรู้นี้ให้สาธารณชนอย่างเต็มรูปแบบ

    Read more

  • คำว่า “ดังนั้น” ใช้ในงานวิจัยยังไงให้ถูก

    1. คำว่า “ดังนั้น” คำว่า ดังนั้น เป็นคำที่ทำหน้าที่เชื่อมข้อความหรือประโยค 2 ประโยค ให้ต่อเนื่องเป็นเหตุเป็นผลกัน ดังนั้น หมายถึง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วปรากฏระหว่างประโยค 2 ประโยค ซึ่งประโยคแรกมีเนื้อความแสดงสาเหตุ ส่วนประโยคหลังมีเนื้อความแสดงผลที่เกิดจากสาเหตุนั้น เวลาพูดหรือเขียนมักมีการหยุดเว้นวรรคระหว่างประโยคแรกกับคำว่า ดังนั้น (ราชบัณฑิตยสภา, 2554) เป็นคำสันธาน หมายถึง คำที่ใช้เชื่อมคำหรือข้อความให้ติดต่อเป็นเรื่องเดียวกัน ประโยคจะมีความกระชับ และสละสลวยขึ้น เช่น คำว่า และ แล้ว จึง แต่ หรือ เพราะ เหตุเพราะ เป็นต้น 2. หลักการใช้คำว่า “ดังนั้น” ในงานวิจัย หลักภาษาไทยได้แบ่งคำสันธานออกเป็น 4 ชนิด คือ 1. คำสันธานที่เชื่อมความคล้อยตามกัน 2. คำสันธานที่เชื่อมความขัดแย้งกัน 3. คำสันธานที่เชื่อมข้อความให้เลือก และคำว่า “ดังนั้น” เป็นคำสันธานชนิดที่ 4  ซึ่งคำสันธานชนิดนี้มีหน้าที่เชื่อมความที่เป็นเหตุเป็นผล เมื่อนำไปใช้จะทำให้ข้อความดูสละสลวยมากยิ่งขึ้น การใช้คำว่า “ดังนั้น”

    Read more

  • วางแผนทำวิทยานิพนธ์

    แผนดีมีหวัง โครงร่างงานวิจัย หรือข้อเสนอโครงการทำวิทยานิพนธ์ ป.เอกหรือทำวิจัย  (Research proposal) เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการทำวิจัย ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่ถูกต้องและเชื่อถือได้มากที่สุดมีประโยชน์ที่จะทำให้ได้แนวดำเนินการวิจัยไปสู่เป้าหมาย ทำให้ผู้ทำวิจัยหรือทำวิทยานิพนธ์ ป.เอกสามารถเตรียมการป้องกันปัญหาด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การประเมินค่าใช้จ่าย  เวลา  บุคลากร ช่วยให้ผู้ทำวิจัยหรือทำวิทยานิพนธ์ ป.เอก สามารถติดตามควบคุมและประเมินผลการดำเนินงานการทำวิจัยได้อย่างถูกต้อง 2. กระบวนการดี ซึ่งเป็นเอกสารที่จะสื่อสารระหว่างผู้ร่วมทำวิจัยเพื่อให้เข้าใจในหลักการเดียวกัน และสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้อง ดังนั้นเนื้อหาของการเขียนโครงร่างงานวิจัยจึงต้องน่าสนใจ สามารถชักจูงให้ผู้อ่านโดยเฉพาะกรรมการ โดยพรรณนานำเสนอถึงวัตถุประสงค์การทำวิจัยหรือทำดุษฎีนิพนธ์รูปแบบ ระเบียบวิธีวิจัย สถิติที่ใช้ และที่สำคัญคือรายละเอียดและขั้นตอนการทำงานวิจัย และเน้นการให้รายละเอียด เกณฑ์วิธีการทำวิจัยเป็นเอกสารที่ต้องทำเพื่อให้ผู้ร่วมวิจัยทราบว่าต้องทำอะไรบ้างแม้ว่าจะไม่ได้ใช้เพื่อการขอทุนสนับสนุน หากอาจจะต้องส่งให้กรรมการเพื่อให้ผ่านการพิจารณาจริยธรรมเพื่อการทำวิจัยในมนุษย์ก่อนการทำวิจัย 3. กลยุทธ์ดี กุญแจสู่ความสำเร็จในการเขียนโครงร่างวิจัยที่ดี (Key to success to writing a goodproposal) คุณภาพโดยรวมของงานวิจัย ประกอบด้วย คำถามวิจัยดี รูปแบบการศึกษาเหมาะสม วิธีการเข้มแข็งและมีความเป็นไปได้ ทีมวิจัยมีคุณภาพและคำถามวิจัยเข้าได้กับวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการทำวิจัยหรือทำวิทยานิพนธ์ ป.เอกและการวิเคราะห์ข้อมูลการทำวิจัยหรือทำวิทยานิพนธ์ ป.เอก อันจะนำไปสู่คุณภาพของโครงร่างงานวิจัย ชื่อเรื่องดีให้ข้อมูลการทำวิจัยหรือทำวิทยานิพนธ์ ป.เอกครบถ้วน 4.

    Read more

  • การทำวิทยานิพนธ์ในยุคโควิด

    การทำวิทยานิพนธ์ในยุคโควิดนั้น มีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมส่วนบุคคล โดยเฉพาะอาจารย์เองก็ยังไม่มีความคุ้นชินกับโปรแกรมต่าง ๆ ในการสอนออนไลน์ ผู้ทำวิจัยไม่มีอุปกรณ์ รวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่ค่อยดีนัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนอย่างจริงจังว่า จะสนับสนุนคุณอาจารย์อย่างไร ต้องประเมินความพร้อมอย่างรอบด้าน เป้าหมายที่แท้จริงของการวิจัย คือ การพัฒนาการทำวิทยานิพนธ์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การถกเถียง การมีปฏิสัมพันธ์กัน ถึงแม้ว่าการทำวิทยานิพนธ์จะมีข้อจำกัด และอุปสรรคบ้างแต่ “ วิกฤตในครั้งนี้ทำให้สถาบันวิจัย นักวิจัย อาจารย์ที่ปรึกษามีการปรับตัวให้ชินกับการทำวิทยานิพนธ์ ”  แต่ก็ไม่ใช่ทุกวิชา หรือทุกคณะจะเปลี่ยนมาสอนออนไลน์ได้ทั้งหมด เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และประสิทธิภาพของการสอน ที่สำคัญที่สุด คือ “ทำห้องทดลองทำวิจัยออนไลน์” ยังไงเพื่อทดแทน “ห้องทดลองทำวิจัยออฟไลน์” หรือห้องทดลองทำวิจัยจริง ๆ ให้ได้ส่วนสำคัญที่สุด คือ “ปฏิสัมพันธ์” google-site-verification: googlea2af6bd408fddeec.html การทำวิทยานิพนธ์ในยุคโควิดนั้น มีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมส่วนบุคคล โดยเฉพาะอาจารย์เองก็ยังไม่มีความคุ้นชินกับโปรแกรมต่าง ๆ ในการสอนออนไลน์ ผู้ทำวิจัยไม่มีอุปกรณ์ รวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่ค่อยดีนัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนอย่างจริงจังว่า จะสนับสนุนคุณอาจารย์อย่างไร ต้องประเมินความพร้อมอย่างรอบด้าน เป้าหมายที่แท้จริงของการวิจัย คือ การพัฒนาการทำวิทยานิพนธ์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การถกเถียง การมีปฏิสัมพันธ์กัน

    Read more

  • จะรู้ได้ไงว่า แบบสอบถามที่ใช้คุณภาพดี

    การออกแบบหรือสร้างแบบสอบถามขึ้นมา เพื่อเก็บข้อมูลเชิงปริมาณในเรื่องที่ต้องการหาคำตอบ หรือต้องการรู้ด้วยข้อคำถามเป็นชุด ๆ จำนวนหนึ่ง เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดพฤติกรรมภายในของบุคคลเกี่ยวกับความรู้สึก ทัศนคติ เจนคติ ความคิดเห็น ความเชื่อ พฤติกรรม ความสนใจ คุณลักษณะ ลักษณะประชากร เป็นต้น ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยให้ตัวแทนประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ตอบข้อมูล เพื่อใช้ศึกษาหาข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยทุกข้อคำถามจะต้องยึดหลักการตามแนวคิดทฤษฎีมีความสอดคล้องและตรงตามประเด็นที่ต้องการวัดผล  ดังนั้น การสร้างแบบสอบถามที่ดี หรือการออกแบบมาตรวัดที่เหมาะสมถูกต้องนั้น จะต้องหาความตรง (Validity) และความเชื่อมั่น (Reliability) ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ค่าความตรง (Validity) ของเครื่องมือที่เป็นแบบสอบถาม เพื่อให้สามารถนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลได้ตามที่ต้องการ หรือตรงวัตถุประสงค์แต่มิใช่ต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างหนึ่งแล้วได้สิ่งอื่นมาแทน เช่น ถ้าสร้างแบบสอบถามเกี่ยวกับความผูกพันธ์องค์กร แต่เมื่อสร้างแบบสอบถามแล้วกับเป็นการสรšางแบบสอบถามทัศนคติต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งในงานวิจัยที่ใช้แบบสอบถามถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นมีวิธีการหาค่าความตรงที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท (Kittipong Pipitkun, 2018) ได้แก่ 1. ความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) จะสามารถดำเนินการได้โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือในสาขานั้น ๆ เป็นผู้พิจารณาว่าเครื่องมือหรือแบบสอบถามนั้น มีความสอดคล้องกับโครงสร้างตรงกับประเด็นที่ต้องการจะประเมินหรือไม่ และจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญขั้นต่ำอย่างน้อยจำนวน 3 คน และนำคะแนนจากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญไปทำการคำนวณ เพื่อหาค่าดัชนีของความสอดคล้อง

    Read more

  • การทบทวนวรรณกรรม เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

    1. การทบทวนวรรณกรรม การทบทวนวรรณกรรมเป็นการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี Journal  วิทยานิพนธ์ หนังสือ ตำรา thesis research เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบความข้อมูลแล้วนำมาสรุปสังเคราะห์และเรียบเรียงผลงานวิจัย หรือการทำวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวกับองค์ความรู้การทำวิจัย หรือการทำวิทยานิพนธ์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการทบทวนวรรณกรรม แนวคิด ทฤษฎี Journal  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องนั้นจะทำให้เกิดความเข้าใจในหัวข้อที่การทำวิจัยหรือการทำวิทยานิพนธ์มากขึ้น รวมถึงผลการศึกษาวิจัยหรือการทำวิทยานิพนธ์ที่ผู้เชี่ยวชาญมีความรู้เฉพาะสาขาวิชาเหล่านั้นเคยทำการศึกษาวิจัยไว้ก่อนแล้วจะไม่เป็นประโยชน์  2. ชื่อเรื่องต้องไม่ซ้ำใคร หากทำการศึกษาวิจัยหรือการทำวิทยานิพนธ์ ในสิ่งที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้วถึงผลของการวิจัย หรือการทำวิทยานิพนธ์นั้นๆ ซึ่งแก่นแท้ของการทำวิจัยหรือการทำวิทยานิพนธ์คือ การค้นคว้าหาคำตอบของคำถามที่ไม่เคยมีผู้ใดค้นพบ โดยเฉพาะผู้ที่ทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกจำเป็นจะต้องทำการทบทวนวรรณกรรม แนวคิด ทฤษฎี Journal เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อตรวจสอบหัวข้อว่าการวิจัยที่ยังไม่มีนักวิชาการคนใดเคยทำมาก่อน อีกทั้งต้องอธิบายว่าสาขาความรู้นั้นๆ จะได้ประโยชน์อย่างไรจากผลวิจัย หรือการทำวิทยานิพนธ์ดังกล่าวอย่างไรบ้าง และสิ่งสำคัญและถือว่าเป็นเรื่องที่หนักหนามากคือจำนวนงานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทความ โดยเฉพาะ Journal  ต่างประเทศที่ต้องทำการรวบรวมและสังเคราะห์เป็นจำนวนมาก อาจเรียกว่ามหาศาลจนตกผลึก 3. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ตามหลักวิชาการแล้ว ขั้นตอนการทบทวนวรรณกรรม เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หรือ Literature Review คือการค้นหา สรุปย่อ และวิเคราะห์ผลการวิจัยในการทำวิทยานิพนธ์ของนักวิชาการท่านอ่านที่เคยได้ทำการศึกษาวิจัยและถูกตีพิมพ์ในหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ท่านกำลังศึกษาอยู่ โดยจะต้องให้ความสำคัญและสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทบทวนวรรณกรรม แนวคิด ทฤษฎี Journal  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในการกำหนดปัญหาการวิจัย การกำหนดขอบเขตการวิจัย ของการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน

    Read more

  • วิธีการแบ่ง ประเภทงานวิจัย

    1. แบ่งประเภทงานวิจัยตามคุณลักษณะของงานวิจัย ประเภทของงานวิจัยสามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทตามคุณลักษณะของงานวิจัย การจัดประเภทเป็นไปตามการจัดจำแนกตามเกณฑ์ต่าง ๆ โดยพิจารณาจากประโยชน์ หรือความต้องการที่จะได้รับจากการวิจัยแบ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย การวิจัยบริสุทธิ์ (Pure Research) เป็นการวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) หรือการวิจัยเพื่อหาทฤษฎี สูตร หรือสร้างกฎ เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาเรื่องต่อ ๆ ไป การวิจัยประยุกต์ (Applied Research) เป็นการวิจัยเพื่อนำผลไปทดลอง ใช้แก้ไขปัญหาอื่น ๆ เช่น การวิจัยทางแพทย์ และการวิจัยเชิงปฏิบัติ (Action Research) เป็นการวิจัยประยุกต์ในลักษณะ หนึ่งที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นแต่ละเรื่อง โดยขอบเขตของปัญหานั้นไม่สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ อื่น ๆ ได้ 2. แบ่งประเภทงานวิจัยตามลักษณะข้อมูล ประเภทของงานวิจัยเมื่อพิจารณาจากลักษณะของข้อมูล ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เป็นการใช้ข้อมูลทางคณิตศาสตร์และสถิติ การวิจัยเชิงคุณภาพ (Wualitative Research) เป็นการใช้ข้อมูลเชิงคุณลักษณะ และไม่ได้ใช้คณิตศาสตร์

    Read more

  • การวิจัย คืออะไร ตามแนวคิดนักวิชาการ

    1. การวิจัย คืออะไร ตามแนวคิดของ จุมพล สวัสดิยากร (2520) การวิจัย (research)  หมายถึง การศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ หรือการทดลองอย่างมีระบบ โดยอาศัยอุปกรณ์หรือวิธีการวิจัย เพื่อค้นหาให้พบข้อเท็จจริงหรือหลักการไปใช้ในการตั้งกฎ ทฤษฎี หรือแนวทางในการปฏิบัติ มีลักษณะงานงานที่เป็นเพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการวิจัย เช่น การสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การทำรายงานหรือเผยแพร่ผลงานวิจัยหรือกิจกรรมสนับสนุนการวิจัย เช่น การฝึกอบรมนักวิจัย การให้เงินอุดหนุนการวิจัย ฯลฯ เหล่านี้ไม่นับเป็นการวิจัยตามนิยามข้างต้น และสามารถแบ่งการวิจัยตามกลุ่มสาขาวิชาการออกเป็น 2 ด้าน คือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง การสำรวจ วิเคราะห์ ทดลองอย่างมีระบบและเป็นขั้นตอนด้วยอุปกรณ์หรือวิธีพิเศษ เกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ตลอดจนสิ่งที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความรู้ หรือประสบการณ์ เพื่อเสนอความรู้ใหม่ นวัตกรรมและความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ และการวิจัยทางสังคมศาสตร์ หมายถึง การศึกษาค้นคว้าหาความจริงด้วยระบบและวิธีการทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ พฤติกรรม ปรากฏการณ์หรือปฏิกิริยา ตลอดจนความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์และสังคม เพื่อให้ทราบถึงความรู้และความจริงที่จะนำมาแก้ไขปัญหาของสังคมหรือก่อให้เกิดความรู้ใหม่ นวัตกรรมและความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ 2. การวิจัย คืออะไร ตามแนวคิดของ ดร. วรัทยา

    Read more

  • สอบ Defense QE

    Defense VS QE การสอบเค้าโครงวิจัย (Defense Thesis) หรือสอบ QE  เป็นช่วงเวลาที่ผู้ทำวิทยานิพนธ์ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อสอบเค้าโครงวิจัยและการสอบปากเปล่าวิจัย (Oral Thesis) หรือสอบ QE  หลายท่านอาจให้ความเห็นว่าขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการที่ยากกว่าขั้นตอนอื่นเพราะเป็นการนำเสนอผลงานวิจัยของผู้ทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งจะหลายท่านบอกว่านี่คือการตัดสินว่า ผ่านหรือไม่? “ผู้วิจัยเป็นผู้รู้ที่สุด” ซึ่งถ้า ผู้ทำวิทยานิพนธ์ หรือผู้รับทำวิจัยทำด้วยตนเอง ก็ไม่น่าจะมีอะไรหนักใจเท่าไร เพราะการสอบเค้าโครงวิจัย (Defense Thesis) หรือสอบ QE  และการสอบปากเปล่าวิจัย (Oral Thesis) หรือสอบ QE  เหมือนกับการทบทวนสิ่งที่ผู้ทำวิทยานิพนธ์ หรือผู้รับทำวิจัยได้เขียนและลงมือ ทำด้วยตนเอง วันนี้เรามี 6 เทคนิค เตรียมสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ (Defense Thesis) หรือสอบ QE  1. วิพากษณ์ ผู้รับทำวิจัยต้องเตรียมใจในการแก้ไขงานอีกครั้ง โดยยึดคำวิพากษ์และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสอบเค้าโครงวิจัย (Defense Thesis) หรือสอบ QE  ถ้าผู้ทำวิทยานิพนธ์หรือผู้รับทำวิจัยเข้าใจเอาใจใส่มาตลอด ก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าโครงวิจัยที่ส่งในครั้งนี้เป็นเล่มเค้าโครงวิจัยที่สมบูรณ์เลยจะต้องปรับแก้อีกครั้ง 2. มาก่อน ผู้รับทำวิจัยควรมาถึงห้องสอบล่วงหน้า หรือผู้รับทำวิจัยควรมาถึงห้องสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที และตรวจดูความเรียบร้อย เช่น เครื่องดื่มหรืออาหารว่างมีหรือไม่ดูสภาพห้องสอบว่าที่นั่งของตนและที่นั่งของคณะกรรมการอยู่ตรงไหน ผู้ทำวิทยานิพนธ์ หรือผู้รับทำวิจัยควรใช้เวลาช่วงนี้ติดตั้งอุปกรณ์ประกอบการนำเสนอข้อมูล 3. note ผู้รับทำวิจัยควรทำสรุปสาระสำคัญลงในกระดาษแผ่นเดียว หรือผู้รับทำวิจัยควรทำสรุปสาระสำคัญ ลงในกระดาษแผ่นเดียว ให้ครอบคลุมสาระสำคัญของการวิจัยทั้งหมด อาจใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) หรือสอบ QE

    Read more